ทำเกี๊ยะเองกันดีกว่า

posted on 15 May 2008 20:52 by op4cos  in OPTION

  เอาล่ะ ไม่พูดอะไรมาก เอาแบบร่างคร่าวๆขึ้นมาก่อนเลยดีกว่า

จริงๆแล้วดูง่ายๆ ไม่ยากอะไร มีแค่ไม้3ชิ้นต่อ1ข้างและเชือก1เส้น

แต่ยะยึดไม้ทั้ง3ชิ้นเข้าด้วยกันจะทำอย่างไรให้แข็งแรงล่ะ??????

จะเจาะรูยึดด้วยน๊อต หรือตะปูสัก2-3ตัว ก็ดูไม่สวยงาม และก็เกิด

แตกขึ้นมาตะปูจะจิ้มเท้าเอาได้อีก จะติดกาวเฉยๆ ก็มีโอกาศหลุด

ออกจากกันสูงมากๆ  และวิธีของเราทำอย่างไรล่ะ มาดูกันต่อเลย

 

 วิธีที่เราเลือกใช้ คือ เข้าสลัก อัดกาว โดยการเข้าสลักของเรา

จะทำตามรูปตัวอย่างข้างบน โดยการทำสลักให้แน่นพอดี

(ต้องพอดีมากๆ แบบที่กดไม่ลง ต้องตอกลงไป ถึงจะเข้าสลักได้)

หลังจากที่ตัดไม้เป็นชิ้นตามแบบแล้วเรามาเริ่มที่วิธีทำสลักกันเลย

 

 จากรูปด้านบนเป็นการแสดงให้เห็นวิธีที่เราทำสลัก โดยใช้

แคลมป์ชาวยจับยึดจิ๊กให้ติดกับโต๊ะงาน โดยจิ๊กจะช่วยให้งาน

ที่เราทำสลักตรงเป็นเส้นเป็นแนว  และได้ฉากโดยใช้บิทที่เรา

เลือกใช้งานเป็นตัวกัดชิ้นงานให้เป็นร่อง โดยตัวดอกบิทที่ใช้

จะมีใบมีดเล็กๆจำนวน2ใบและหมุนด้วยความเร็ว30000รอบ

ต่อนาที(สว่านทั่วไปหมุนเฉลี่ยที่2500รอบต่อนาที) ซึ่งต้องใช้

ความระมัดระวังกับการใช้เครื่องมือประเภทนี้มากๆ เพราะนอกจาก

ความเร็วรอบสูงแล้ว แรงบิดที่กระทำต่อชิ้นงานก็สูงตามไปด้วย

 ด้านบนเป็นตัวอย่างVDOตอนที่ทำ ให้วัดระยะและจับJigให้ได้

ระยะและได้ฉากก่อนจะลงมือป้อนไม้เข้าเครื่องโดยยันข้างหนึ่ง

ของชิ้นงานกับJigและเคลื่อนชิ้นงานไปในแนวที่ต้องการจนได้

ตามรูปข้างล่างนี้  

 ต่อมา ดูVDOวิธีทำขาเกี๊ยะกันบ้างดีกว่า

 การทำสลักที่ขา ก็ใช้ดอกบิทเดิมแต่ปรับตั้งอัตตราการกัดชิ้นงาน

ใหม่ให้ความลึก/กว้างพอดีกับร่องที่เราทำไว้ในตอนแรก และปรับ

Jigใหม่ให้พอดีกับชิ้นงาน จนได้ออกมาตามรูปข้างล่าง

จากรูปข้างบนจะเห็นได้ว่าทำออกมา4ชิ้นเพราะว่า 1ข้างจะใช้ขา2ชิ้น

นำพื้นกับขามาประกอบ โดยทากาว อิพอกซี่เพื่อช่วยในการยึดติด

การประกอบถ้าทำมาพอดีจริงๆจะกดลงไปแทบไม่เข้า ให้ใช้ ค้อน

ตอกสลักลงไปในร่อง(แน่นมากๆขนาดใช้ค้อนตอกยังแทบไม่ลง)

และเมื่อลงได้ดังรูปข้างบน จะเห็นได้ว่า จะพอดีกันเป๊ะๆ

จนเหมือนจะเป้นชิ้นเดียวกันเลยและทำแบบนี้จนครบ4ขา2ข้าง

หลังจากนั้นก็เจาะรูด้วยสว่าน 3 รูต่อ 1 ข้างเพื่อที่จะร้อยเชือก

 

หลังจากเจาะรูแล้วก็ร้อยเชือกเข้าไป เอากระดาษทรายขัดละเอียด

ขัดให้เนียนๆแค่นี้ก็ได้เกี๊ยะมาใส่แล้วส่วนรูปในวงกลมเล็กๆ

เป็นการขยายให้ดู เพราะคู่นี้ที่เราทำมีการลบมุมด้วยเครื่องลบมุม

แต่ตอนทำลืมถ่ายรูปไว้ หากไม่มีเครื่อง อาจใช้กระดาษทรายขัด

ก็ได้ แต่เหนื่อยหน่อย และอาจไม่โค้งเท่ากันทุกมุมเหมือนใช้เครื่อง

แต่ถ้าไม่ลบมุม ก็ไม่ผิดกฎิกาอะไร และวิธีการทำอันนี้ ไม่ใช่

แบบแผน หรือวิธีตายตัว แค่มานำเสนอ วิธีของเรา ที่เราทำแค่นั้น!

 

 

 

 

ปล.ส่วนความแข็งแรงได้ทดลอง นำถูงปูนหนัก50กิโลกรัม2ถุง

(100กิโลกรัม)มาวางต่อ1ข้าง สามารถรับน้ำหนักได้สบายๆ 

 

 

 

 

 

 

 

  หลังจากที่หายไปนาน วันนี้ เลยมาแนะนำเทคนิกในการเจาะรูไม้ บัลซ่า

ซึ่งเจาะยากสักนิด เพราะไม้ชนิดนี้เปราะบาง แตกหักง่าย แต่มีคุณสมบัติเบา

การเจาะรูเล็กๆยังไม่เท่าไร่แต่รูใหญ่ๆ ถ้าใช้สว่านไฟฟ้าเจาะ จะแตกหักง่ายมากๆ 

ส่วนวิธีการเจาะ ตาม คลิ๊ปVDOข้างล่างนี้เลย

 

 

ขั้นตอนก็ง่ายๆ

1 นำไม้บัลซ่า แผ่นที่จะเจาะมาหาจุดที่เราจะเจาะ

2 นำเทปกาวแปะตรงจุดที่เราจะเจาะ ทั้งหน้าหลัง

(เทปกาวะช่วยยึดทำให้ลดโอกาศแตกของเนื้อไม้ลง แต่ถ้ามือเบาๆไม่ต้องใช้ก็ได้)

3 นำไม้ หรือสมุดหน้าเหลือง(จริงๆแล้วอะไรก็ได้) ที่ความหนาและเรียบเท่ากัน

มาวางไว้2ด้านโดยเว้นช่องตรงกลางให้มีรูพอที่ดอกสว่านลงไปได้ เพื่อทำเป็นแท่นรองเจาะ

4 นำไม้ที่เราจะเจาะมาวางบน แท่นรองเจาะ(ในข้อ3) โดยให้ลายไม้บัลซ่าที่จะเจาะ

ขวางกับแนวของแท่นรองเจาะ (ถ้าวางแนวเดียวกัน ไม้ที่เจาะจะแตกได้ง่าย) เนื่องจาก

การกระจายแรงกดตอนเจาะจะกระจายไปตามแนวของไม้

5 นำสว่านมาเจาะ โดยที่สว่านทำมุม90องศากับตัวไม้และตอนเจาะให้จับตัวสว่านให้แน่น

และไม่ต้องออกแรงกด เจาะจนทะลุ (เลือกดอกเจาะที่ใหม่ๆคมๆไม่ทื่อจะเจาะได้ง่ายขึ้น)

6 นำเทปกาวออกทั้ง2ด้าน

7 ใช้ตะไบกลมๆ หรือคัตเตอร์ ค่อยๆขัด หรือตัด ขอบๆรูให้เรียบ เป็นอันเรียบร้อย

เท่านี้ เราก็สามารถเจาะไม้บัลซ่า ให้ได้รูกลมๆสวยๆโดยไม้ไม่แตกได้แล้ว

และเทคนิคนี้ สามารถใช้ได้ทั้งสว่านมือ สว่านไฟฟ้า บิดหล่า หรือจะให้เหล็กธรรมดาเจาะ

มันอยู่ตรงที่การใช้เทปกาวช่วย และการวางบนแทนเจาะโดยการวางขวางลายไม้

(แท่นเจาะทั้ง2อันพยามให้ชิดกันมากที่สุดเหลือห่างแค่รูที่จะเจาะเท่านั้นพอ)

เท่านี้การเจาะไม้บัลซ่าก็จะง่ายขึ้นแล้ว แต่อย่าลืม ตอนเจาะต้องเบามือด้วยล่ะ ไม่งั้น หักแน่ๆ

เนื่องจากการทำออฟชั่นของเรา จะใช้เครื่องมือในการทำ

ทั้งเครื่องมือธรรมดา และเครื่องมือกำลัง และงานที่ออกมา

จะเป็นงานคุณภาพสูง (ยกตัวอย่างคมดาบ Red Queen

จาก Devil May Cry)คมดาบ จะทำมุม45องศาตลอดทั้งเล่ม

และการเซ๊าะร่องดาบจะเป็นร่องตัว U ความลึกเท่ากันตลอด

ความยาวดาบซึ่งไม่สามารถทำได้โดยไม่ใช้เครื่องมือ อย่างน้อย

ต้องใช้กบไสไม้หรือสิ่ว ส่วนชิ้นงานที่ทำด้วยไม้ จะใช้วิธีเคลือบ

และอุดร่องไม้ให้เรียบก่อนลงสี(จะไม่เห็นร่องลายไม้หลังลงสี)

ผิวจะเรียบมัน เทียบเท่าแผ่นพลาสติก โดยเป็นผิวเดียวกับเนื้อไม้

ไม่ใช่การใช้วัสดุอื่นๆมาปิดผิว ซึ่งไม่นิยมใช้ในงานที่ทำด้วยไม้ยกเว้น

การปิดผิวด้วยลามิเนต ส่วนไม้ที่ใช้จะเป็นไม้ที่ผ่าการอัดน้ำยา

และอบไม้จนแห้งสนิด โดยไม้ที่ใช้ เป็นเกรดพิเศษ สำหรับทำ

เฟอร์นิเจอร์ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานและน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับ

ความแข็งแรง และสีที่ใช้ จะใช้ผลิตภัณฑ์ สี และ รองพื้น สีเคลือบ

จากบริษัท R.J. LONDON CHEMICALS

ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ สามารถตรวจสอบจากประเภท

ของอุตสาหกรรมจาก เว็บไซท์  http://www.thaiecenter.com/

http://www.thaiecenter.com/SAMPLE/Sample%2010.htm

                         

ลิขสิทธิ์แท้จากประเทศอังกฤษ หมายเลขทรัพย์สินทางปัญญา

หมายเลข 1571391 และ 1588499 ประเทศอังกฤษ

 

และสามารถสั่งเป็นสีพิเศษ (ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของ

ฮอนด้า) ซึ่งจะเป็นสีเกล็ด,สีประกาย,และสี metallic. ซึ่งราคา

จะสูงกว่าปรกติ แต่งานจะออกมาสวยกว่าใช้สีทั่วไปอย่างWIN

อย่างเห็นได้ชัด และ Blog นี้ เป็นการนำเสนอวิธีการที่เราทำ

ออฟชั่น-พร๊อพ ในแบบที่เราทำ ซึ่งจะเน้นเรื่องของเครื่องมือ

ในการทำและคุณภาพมากกว่า ที่จะใช้แค่คัทเตอร์-กรรไกร

ในการตัดแต่ง ซึ่งเป็นการเน้นคุณภาพจริงๆ ยกตัวอย่าง ด้าม

ของดาบ Red Queen จะเน้นความแข็งแรง โดยใช้วัสดุ

เป็นไม้ท่อนเดียวกันทั้งด้าม มีการLatheไม้ทั้งท่อนให้เป็นรูปด้าม

โดยมีจุดศูนย์กลางเดียวกันทั้งด้ามไม่มีบิดเบี้ยวแม้แต่มิลเดียว

ว่าง่ายๆ ทั้งหมดเป็นการนำเสนอการทำด้วยวิธีการในแบบของเรา

ซึ่งอาจมีวิธีอื่นวัสดุอื่น ที่ง่ายและถูกกว่า แต่จะออกมาเป็นแบบใหน

ก็อีกเรื่องหนึ่งซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้หว่าแค่พอใช้ ดี หรือดีมาก

เปรียบได้เหมือนการเรียนการที่จะได้เกรด3และ4 ซึ่งบางครั้งอาจ

แตกต่างกันไม่มากในเรื่องคะแนนแต่อาจจะต้องลงทุนอ่านหนังสือ

ทบทวนตำราเรียนมากกว่าปรกติหลายเท่าถึงจะได้เกรด4ตามต้องการ

หรือเปรียบเทียบกับรถโตโยต้าโคโลล่า ตัวถัง AE-101เครื่อง4A-FE

กับโตโยต้า ซูปร้า ระหัสตัวถัง JZA-80 เครื่อง 2JZ-GTE

ซึ่งทั้ง2คันนี้เป็นรถมาจากค่ายเดียวกัน ออกวางตลาดในปีไล่เลี่ยกัน แต่ราคา

ต่างกันเป็นสิบเท่า ซึ่งเหมาะสมกับผู้ที่รัก รถสปอร์ท ทั้งๆที่วิ่งได้เหมือนกัน

ขับ100km/h ได้เหมือนกัน แต่คันแรกใช้เวลา60วินาทีเร่งจาก0-100ซึ่ง

ต่างกับอีกคันหนึ่งซึ่งใช้เวลาเร่งแค่0-100ในเวลา5วินาที นี่ล่ะที่ต่างกัน

 

ซึ่งเทียบกับการใช้ออฟชั่นคอสเพลย์แล้ว คุณสามารถใช้กระดาษแข็งมาทำ

โฟมยางมาทำ หรือจะใช้ไม้ดีๆมาทำ มันก็สามารถทำแล้วออกมาถือได้ทั้งนั้น

แต่จะแตกต่างกันเรื่องรายละเอียดอยู่มาก ซึ่ง ยิ่งถ้าต้องการดีเท่าไร่ ก็ยิ่งต้อง

ใช้งบประมาณที่สูงขึ้นตาม ยกตัวอย่างเรื่องสีสีกระป๋องละไม่กี่สิบบาทเทียบกับ

สีพ่นรถยนต์ เรื่องราคาก็เทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว แต่คุณภาพของสีที่ออกมาก็

เทียบกันไม่ได้อีกเช่นกัน

 

การทำออฟชั่นของเรา อาจใช้ของที่แพง แต่เพราะเน้นที่เรื่องคุณภาพ

อาจทำให้งบประมาณที่ราคาแพงไปบ้างแต่ก็คุ้มกับราคาที่ต้องเสียไป

อย่างแน่นนอน และการนำเสนอนี้แค่เป็นแนวทางการทำในแบบของเรา

เท่านั้น ไม่ได้เป็นการบังคับว่าต้องทำแบบเรา หรือ การทำแบบเราเป็น

วิธีที่ถูกต้อง แค่เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ และเหมาะสำหรับผู้ที่มีเครื่องมือ

และทักษะในการใช้เครื่องมือ แต่ถ้าจะนำไปทำเองก็สามารถใช้เป็นแนวทาง

และสามารถปรับเปลี่ยนวัสดุและเครื่องมือให้เหมาะสมตามสภาพได้.......

 

 

 

Ps. ใครจะให้เราทำออฟ ช่วยแจ้งก่อนล่วงหน้าก่อน นานเท่าไร่ยิ่งดีเท่านั้น

เพราะงานที่เราทำต้องใช้เวลา และ กรุณาชำระค่าใช้จ่ายในวันที่ตกลงสั่งงาน

50%ของราคาทั้งหมด(ถ้าชำระไม่ถึง50%จะซื้อวัสดุที่ทำแต่ไม่เกินจำนวนที่ชำระ)

และจะเริ่มดำเนินงานเมื่อชำระครบ50%หรือมากกว่าเท่านั้น ทั้งนี้เพราะว่า ผู้ที่สั่ง

และไม่ยอมชำระค่าใช้จ่ายและไม่มารับของมาแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาจึงต้องมีการ

แบ่งชำระเป็น2งวด และให้ชำระในส่วนที่เหลือในวันที่รับของ ส่วนการยกเลิกการสั่ง

ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้นจะไม่มีการคืนเงินที่ชำระไว้ก่อนหน้านี้

และ หลังจากการทำออฟที่สั่งเส็จรสิ้น ให้ติดต่อรับของภายใน14วัน ถ้าเลยกำหนด

จะต้องชำระค่ารักษาดูแล10%ต่อสัปดาห์ และหากเกินระยะเวลา1เดือน

จะถือว่า ผู้สั่งยินยอมให้ขายทอดตลาดงานที่สั่งไว้ และไม่สามารถเรียกร้องเงินที่ชำระ

ไว้ล่วงหน้า และเงินที่ได้จากการขาย.            จึงประกาศมาเพื่อทราบ